เส้นบางๆที่แบ่งระหว่าง การพูดตรง กับ พูดขวาน ผ่ า ซ า ก

256
เส้นบางๆ ที่แบ่งระหว่าง การพูดตรง กับ พูดขวานผ่ าซาก

เส้นบางๆที่แบ่งระหว่าง การพูดตรง กับ พูดขวาน ผ่ า ซ า ก

“บางคนชอบพูดให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจ และมักใช้เหตุผลว่า เป็นคนพูดตรงๆ” 

หลายครั้งที่ได้ยินคำพูดบ าดใจจากเพื่อนที่็ไม่ได้สนิทกันมาก ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน

แต่เจอกันทีไร มันจะต้องมีประโยคที่ฟังแล้วร้อง “โอ้โหยยย” ฟังแล้วจึ้ก

บางทีก็ รุ น แ ร ง ถึงขั้นที่ต้อง กำ ห มั ด ห ล ว ม ๆ เตรียมเอาไว้ มันเหมือน โ ด น ต บ หน้าหนึ่งฉาดใหญ่ๆ

แต่ลูบหลังปลอบใจเราเบาๆ ด้วยคำขอโทษแผ่วๆ และข้อแก้ตัวจากเจ้าตัวว่า “ก็แค่เป็นคนตรงๆ น่ะ”

คำว่า ‘คนตรงๆ’ เนี่ย มันหมายถึงว่า ตรงยังไง ตรงแล้วจะพูดทำ ร้ าย ค วามรู้สึกใครยังไงก็ได้

หรือการเป็นคนตรงๆ หมายถึงไม่ต้องคิดกลั่นกรองก่อนพูด แต่คนอื่นต้องยอมรับจุดนี้ให้ได้เหรอ

สรุปแล้วการเป็น ‘คนตรงๆ’ คืออะไรกันแน่

เป็น ‘คนตรงๆ’พูดจาขวานผ่ าซาก

คนชอบเอาสองคำนี้จับไปใส่ในสมการเดียวกัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันมีเส้นกั้นบางๆ คั่นอยู่

คนที่พูดจาขวานผ่ าซากคือคนที่ไม่รู้จักกาลเทศะและหย าบคาย พูดไปแล้วไม่เกิดประโยชน์อะไรแก่ผู้ฟัง

ในขณะที่การพูดตรงๆ หมายถึงการสื่อความหมายความคิดแบบไม่อ้อมค้อม ตรงไปตรงมา และพูดในสถานการณ์ที่เหมาะสม

เป็น ‘คนตรงๆ’ พูดทุกสิ่งที่คิด

ถึงจะเรียกตัวเองว่าเป็นคนตรงไปตรงมา แต่การเป็น ‘คนตรงๆ’

ไม่ได้หมายถึงคนที่ความคิดรั่วออกจากปากโดยไม่ได้ผ่ านการกลั่นกรองอะไรเลย

คนที่ตรงไปตรงมาจะพูดตรงๆ ก็ต่อเมื่อในคราวที่จำเป็นเท่านั้น

เช่นเวลาที่เกิดปัญหาแล้วต้องการสื่อกับอีกฝ่าย

หรือในการแสดงออกถึงความคิดเห็นตัวเองเวลาที่ต้องตัดสินใจอะไร เป็นต้น

เป็นคนตรงให้ ‘ตรง’ สถานการณ์

การพูดตรงๆ มันมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะรับข้อความที่ตรงไปตรงมาได้เท่าๆ กัน

การพูดตรงบางทีก็เป็นการดีเพราะประหยัดเวลาในการสื่อความหมาย เร็ว ฉับไว มีประสิทธิภาพ

แต่ในสถานการณ์บางครั้งก็อาจจะทำให้เสียความสัมพันธ์ที่ดีงามก่อนหน้านั้นไป

เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุดคือการเข้าใจความแตกต่างนี้ระหว่างตัวเองกับผู้อื่น

และประเมินสถานการณ์ดีๆ ก่อนที่จะซัดความ ‘ตรง’ นี้ใส่ใคร

จะได้พูดได้เต็มปากว่าที่เราแรงน่ะ เป็นเพราะเราตรงไปตรงมาจริงๆ นะ

บางครั้งเราชอบบอกคนอื่นว่าเราเป็นคนพูดตรงๆ เพราะไม่ชอบประดิษฐ์ถ้อยคำ

หรือไม่ต้องการเป็นคนที่มันเฟกสร้างภาพ แต่สิ่งที่เราลืมถามตัวเองคือ การพูดตรงๆนั้นมันมี “แ ร ง”

กระทบความรู้สึกคนอื่นบ้างไหม จนทำให้การพูดตรงนั้นไม่ใช่ใช้สื่อความหมาย แต่กลับกลายเป็นทำ ร้ า ย กัน

สมมติว่า เราต้องการให้ทำงานด่วนชิ้นหนึ่งให้ คำพูดตรงๆ

อาจจะเป็น “ทำให้หน่อย เรารีบนะ รบกวนขอด่วนๆ”

แต่บางทีการพูดว่า “ทำให้หน่อย ขอไวๆนะ ปกติแกทำอะไรช้าอยู่แล้ว

งานนี้ต้องรีบเลยนะ รู้จักไหมคำว่าไวน่ะ สมองช้าด้วยป่ะเนี่ย ฮ่าๆ”

แม้ว่าสองประโยคนี้มีความหมายตรงๆ เหมือนกัน แต่ความแตกต่างคือ

ประโยคหลังนั้นค่อนข้างไร้มารย าทในการสื่อความหมาย ดังนั้น ไม่ว่าจะพูดตรง อ้อม แ ร ง หรือ เบาแค่ไหน

สิ่งที่เราควรใส่ใจไม่น้อยไปกว่า “การสื่อความหมาย”

ควรจะเป็นความรู้สึกของคนรอบข้างที่รับฟังเราด้วยหรือเปล่า?

เหตุผลที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะรู้สึกว่าตัวผมเองก็ไม่ได้เป็นคนที่สื่อความหมายดีนัก

และเห็นว่าทุกวันนี้เราใช้ความตรงเป็นข้ออ้างในการพูดอะไรก็ได้

ดังนั้น เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องเอามาปรับปรุงตัวเช่นกันครับ

ขอขอบคุณ : line today, TAXBugnoms,rahuslub.com