อีกไม่นานคงต้องเลิกกัน 12 อาการของคนหมดรัก

280
อีกไม่นานคงต้องเลิกกัน 12 อาการของคนหมดรัก

อีกไม่นานคงต้องเลิกกัน 12 อาการของคนหมดรัก

เราเลิกกันเถอะ เป็นคำพูดที่คู่รักหลายๆ คู่อาจจะเอ่ยคำนี้ออกมานับครั้งไม่ถ้วน แต่จะมีครั้งไหนบ้างที่เธอหมายความตามที่ได้พูดจริงๆ จากครั้งแรกที่อาจไม่ได้คิดอะไร

แต่เมื่อต้องเจอกับเรื่องทะเลาะ ตะโกนด่าทอ ไม่เข้าใจกัน ทัศนคติเข้ากันไม่ได้ซ้ำซากก็เริ่มเกิดรอยร้าว

สัญญาณต่างๆ ในชีวิตคู่ทำให้เห็นได้ชัดเจนขึ้นว่าเธอและเขาไปกันไม่รอด และต้องถึงวันเลิกรากันไปอย่ างแน่นอน เออ ถ้าท้านักก็เลิกกันจริงๆ เลยแล้วกัน

มีเหตุผลมากมายที่คนสองคนจะเลิกกัน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่เห็นสัญาณล่วงหน้า ว่าไปกันไม่รอดชัวร์ๆ แล้ว รู้ตัวอีกทีก็เลิกกันแล้ว

ถ้าเธอแน่ใจว่าชิวิตคู่เริ่มง่อนแง่น 12 ข้อนี้อาจเป็นตัวช่วยที่ดีให้เช็คว่าคู่ของเธอมีอาการหรือไม่ เพื่อหาหนทางในการแก้ไข ประคับประคองให้จับมือกันต่อไปได้

1 หงุดหงิดแฟน แม้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

เมื่อก่อนแฟนทำอะไรๆ ก็ดูดี สวยงามไปซะหมด ท่วงท่าในการเดิน การเขียนหนังสือ การขยับนิ้วมือไปมาของเขา แค่เห็นก็ทรมานใจสุดๆ คนอะไรจะหล่อจะเท่ขนาดนี้

แต่ในปัจจุบัน แค่ได้ยินเสียงลมหายใจฟืดฟาดของเขา ก็หงุดหงิดได้แล้ว หลีกไปให้พ้นๆ สายตาได้ไหม ไม่สิไปให้พ้นจากชีวิตเลยน่าจะดีกว่า แค่เขาเข้ามาอยู่ใกล้ๆ เธอ ก็แทบจะสะอิดสะเอียน ผดผื่นคัน

จนต้องบอกให้เขาไปให้ไกลๆ เป็นไปได้ว่าเธอไม่รู้สึกว่าเขามีเสน่ห์อีกต่อไปแล้ว แต่กลับกลายเป็นสิ่งที่น่ารำคาญอย่ างหนึ่ง และนี่แหละจะนำไปสู่การเลิกรา

2 คุยเมื่อไหร่ทะเลาะทุกที

เมื่อก่อนเธอจะอย ากอยู่กับแฟนตลอดเวลา 24 ชั่ วโมง ไม่ว่ายังไงก็ไอเลิฟยู ขอตามติดไปทั่วทุกที่ คุยกันได้ทุกเรื่อง คุยจนหลับแล้วตื่นขึ้นมาคุยอีกก็ไม่เบื่อ ขอให้ได้อยู่ด้วยกันก็พอแล้ว

แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรจะคุยด้วยสักนิด ไม่อย ากเล่าอะไรให้ฟังทั้งนั้น แค่ขยับปากยังข ี้เกียจเลย พอเขาอย ากคุยเธอก็เริ่มหงุดหงิด ถ้าไม่ทำเงียบๆ ก็หาเรื่องพูดให้เขาอารมณ์เสีย

ในที่สุดก็ทะเลาะกันจนได้ ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ซากๆ แปลว่าเธอไม่อย ากมีเขาอยู่ในความสัมพันธ์แล้ว เตรียมตัวรอวันเลิกกันได้เลย

3 เถียงกันจากเรื่องเล็กๆ จนบานปลาย

มันอาจจะเริ่มจากเรื่องเล็กๆ เช่น วันนี้ใครจะล้างจาน วันนี้ใครจะจ่ายค่าไอติม แต่ไม่มีใครยอมอีกฝ่ายจนบานปลายทะเลาะกันเป็นเรื่องใหญ่โต ลามไปถึงลักษณะนิสัยพฤติกรร มไม่ดีที่ผ่ านมาตั้งแต่นานแล้ว

แล้วสรุปด้วยคำว่าเป็นอย่ างนี้ไงถึงอย ากเลิก บางคู่อาจเก็บอารมณ์ถ้าอยู่นอกสถานที่ แต่พออยู่ในบ้านเท่านั้นแหละใส่ไม่ยั้งเลย ทั้งตะโกน กรีดร้อง เขวี้ยงปาข้าวของ ร้องไห้เสียงดังจนข้างบ้านคิดว่ามีการฆาตกรร ม

ตอนนี้การทะเลาะห่างจากประเด็นหลักไปไกลแล้ว ถ้าอย ากให้จบเธอต้องเลือกระหว่างขอโทษ หรือทำเงียบแล้วปล่อยไป แต่ถ้าอย ากเลิกก็ทำตรงกันข้ามเท่านั้นเอง

4 ใช้เวลาห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ

จากที่เคยตัวติดกันเป็นตังเม ก็เริ่มมีปัญหาชีวิต ภาระหน้าที่ วิถีชีวิตไม่ตรงกัน ทำให้ใช้เวลาห่างกันบ่อยขึ้นเรื่อยๆ อันที่จริงห่างกันบ้างก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้แต่ละฝ่ายได้ใช้ชีวิตของตัวเอง เว้นระยะให้คิดถึงกันบ้าง

แต่ถ้าในใจของเธอกลับไม่อย ากเห็นอย ากคุยกับแฟน ติดต่อกันนานๆ เป็นไปได้ว่าเธอสบายใจกว่าถ้าเขาไม่มายุ่งกับเธอ วิธีสังเกตตัวเองง่ายๆ คือถ้าเธอรู้สึกว่าการนัดเจอนัดเดทกับแฟนเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ

ไม่ใช่สิ่งที่ทำตามความรู้สึกหรือหัวใจ แปลว่าเธอกำลังเบื่อ และอาจไปหาคนใหม่ที่ตื่นเต้นกว่าได้ทุกเมื่อ ถ้ายังไม่อย ากปล่อยมือแฟน ก็ต้องจับเข่าคุยกันแล้วล่ะว่า สาเหตุที่ทำให้เธอเบื่อคืออะไรแล้วแก้ไขมันซะ

5 อยู่ห่างแฟนแล้วรู้สึกสบายใจกว่า

เธอเริ่มมีความรู้สึกว่าเธอต้องใส่หน้ากากยิ้มแย้ม สดใส ร่าเริงตลอดเวลาที่อยู่กับแฟน เพราะต้องคอยซ่อนความรู้สึกจริงๆ เอาไว้นั่นเอง เธอไม่อย ากทะเลาะ มีเรื่อง หรือปิดบังความลับบางอย่ างเอาไว้

อันที่จริงอยู่กับคนแปลกหน้าอาจจะสบายใจกว่าด้วยซ้ำไป จำไว้ว่าอย ากมีเวลาส่วนตัวกับเพื่อน กับอย ากอยู่เป็นโสดนั้นต่างกัน คนเราต้องมีระยะห่างบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ในที่สุดก็กลับมาหาแฟน

แต่ถ้าอย ากอยู่เป็นโสด คือเธอไม่มีเขาในหัวใจอีกแล้ว อย ากตัดขาดคงจะเป็นอย่ างนั้นแหละ ถ้าเริ่มอึดอัดกับสภาพที่เป็นอยู่ แปลว่าเธอไม่อย ากใช้สถานะแฟนกับเขาแล้วล่ะ

6 คิดถึงแต่ด้านลบของแฟนเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

แทนที่จะคิดถึงอย ากให้เขามาอยู่ด้วยตอนที่ห่างกัน แต่เธอกลับคิดถึงมุมแย่ๆ แง่ร้า ย แง่ลบ สิ่งน่ารำคาญทุกเรื่องที่แฟนหนุ่มทำ ถ้าเวลาเดียวที่เธอเลิกคิดเรื่องแย่ๆ คือตอนเขาเอาใจเธอ แปลว่าเธอเห็นค่าของแฟนแค่ตอนที่เขาทำดีกับเธอแค่นั้นเอง

มีคำกล่าวคำหนึ่งว่าไว้ ถ้าเธออย ากรู้ว่าหัวใจตัวเองอยู่ที่ไหน คนแรกที่เธอนึกถึงนั้นแหละคือคนนั้น และถ้าในห้วงคำนึงนั้นไม่มีแฟนหนุ่มของตัวเองอยู่เลย ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่เธอไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้วล่ะ

7 เธอเอาแต่คิดว่าถ้าฉันโสดจะเป็นยังไง

ถ้าฉันโสดจะเป็นยังไง ฉันจะเรียนได้เกรดดีมากขึ้นไหม ทำงานแล้วได้เลื่อนขั้นสูงขึ้นหรือเปล่า หรืออาจจะมีเวลาทำงานอดิเรกที่ชอบมากขึ้น อืมแล้วถ้าฉันเปลี่ยนแฟนล่ะจะมีความสุขมากขึ้นหรือเปล่านะ

ถ้าเธอมีความคิดแบบนี้วนเวียนในสมอง จากนานๆ ทีกลับบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ แปลว่าเธออย ากมีชีวิตใหม่ และแน่นอนว่าไม่มีแฟนของเธอรวมอยู่ในนั้นด้วยอีกต่อไปแล้ว

8 เริ่มวิพากษ์วิจารณ์หาข้อเสียของแฟนมากขึ้นเรื่อยๆ

เจอแฟนทีไรขอให้ได้บ่นว่าขุดคุ้ยวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสียต่างๆ นานา เธอน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ทำไมหาเงินได้แค่นี้เองล่ะ อย ากให้เขาหล่อขึ้น มีชื่อเสียงมากขึ้น รวยขึ้น มีความคิดมากขึ้น เพราะตอนนี้มองยังไงก็ไม่ได้ดั่งใจเธอสักอย่ าง มาตรฐานต่ำกว่าเกณฑ์สุดๆ

ถ้าเธอเป็นแบบนี้ แปลว่าเธอไม่ได้มองเขาในฐานะคนรักแล้ว แต่มองในฐานะสินค้าที่ต้องปรับปรุง ผู้ชายที่โดนพูดกรอกหูว่าตัวเองต่ำต้อยซ้ำแล้วซ้ำเล่า นานวันความอดทนก็จะหมดลง เขาจะเริ่มไม่พอใจและ หันมาวิจารณ์เธอบ้าง ในที่สุดก็ทะเลาะและเลิกรากันไป

9 เธอกับแฟนไม่รู้สึกสนิทกันอีกต่อไปแล้ว

แรกรักคบกันตัวต้องติดกันตลอด ปล่อยมือกันเกินสองนาทีก็ไม่ได้ ต้องจับมือกันเดินไปนั่นไปนี่ตลอด แต่ตอนนี้อย่ ามาจับนะ ร้อน เปื้อนเหงื่อ สำหรับคู่แต่งงานก็ละเลยเรื่องบนเตียงไปโดยปริย าย เพราะรู้สึกกระดากและแปลกๆ ที่ต้องมาสัมผัสร่างกายกัน

ก็แค่หอมแก้ม กอด ยังไม่อย ากทำเลยนี่นา อาการแบบนี้อธิบายได้สั้นๆ ว่าไม่รู้สึกสนิทสนมด้วยแล้ว ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรน่ารักมุ้งมิ้งด้วยกันอีกต่อไป แค่จะยื่นมือไปสัมผัสก็รังเกียจ ถ้าเธอกำลังเจอเหตุการณ์นี้รีบหาต้นตอ และแก้ไขโดยด่วนก่อนที่จะสายเกินไป

10 เริ่มคิดถึงการเลิกรา (หรืออาจวางแผนจะเลิกแล้ว)

ห่างกันสักพักอาจช่วยให้ความสัมพันธ์ที่คลอนแคลนดีขึ้น เพราะได้เวลากลับไปคิดทบทวนสิ่งที่ผ่ านมา และอาจกลับมาเข้าใจกันอีกครั้ง แต่มันก็คือดาบสองคม ถ้าไม่กลับมาคืนดีแล้วรักกันมากกว่าเดิม ก็เลิกกันไปเลย

ซึ่งคู่รักหลายๆ คู่ก็ใช้เหตุผลนี้เป็นการบอกเลิกอย่ างเนียนๆ นั่นแหละ ลองสังเกตตัวเองว่าเมื่อใช้สถานะห่างกับแฟน แล้วรู้สึกมีความสุขเป็นอิสระมากขึ้นไหม ถ้าใช่ก็ส่อสัญญาณกลายๆ ว่าต่อไปต้องเลิกกันแน่นอน

11 ขุดความผิดของแฟนมาพูดซ้ำๆ ในการทะเลาะทุกครั้ง

นี่ถือเป็นนิสัยที่ไม่ดีเอามากๆ เวลาทะเลาะต้องคอยขุดความผิดของแฟนมาพูดซ้ำๆ ซากๆ บางอย่ างจบไปตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมลืม ขอให้ได้พูด ได้เถียงแล้วชนะ เธอก็สะใจแล้ว แต่ไม่สนใจความรู้สึกของฝ่ายตรงข้ามแม้แต่นิดเดียว

เธออาจรู้สึกดีแต่ฝ่ายตรงข้ามจะถูกย้ำเตือนเสมอว่า ไม่ว่าจะขอโทษในความผิดที่ทำสักแค่ไหน เธอก็ไม่เคยให้อภัยเขาเลย แสดงถึงนิสัยยึดติด และอาฆาตมาดร้า ย แน่ล่ะไม่มีใครชอบผู้หญิงแบบนี้หรอก จุดจบไปสู่การเลิกราก็ตามมาโดยไม่ต้องสงสัย

12 เธอให้อภัยความผิดของแฟนไม่ได้

เธอไม่ยอมและไม่มีวันให้อภัยความผิดของแฟนได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่ไหนก็ตาม แค่เขาลืมล้างจาน ลืมซักผ้า เธอก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเหมือนเขาไปฆ่ าใครต า ย บางคู่ผู้ชายก็ทำความผิดร้า ยแรงจริงๆ เช่น บังคับเธอให้ออกจากงาน ตะคอกใส่เธอเสียงดัง ด้วยคำพูดหย าบคาย

ทำให้เธออับอายต่อหน้าสาธารณชน นึกถึงขึ้นมาเมื่อไหร่ก็รับไม่ได้ทุกที แล้วเธอจะแบกความทรงจำเหล่านี้ไปตลอดชีวิตงั้นเหรอ จะมานั่งทบทวนแล้วหาทางออกร่วมกัน หรือจะแยกทางใครทางมัน เธอเป็นคนตัดสินใจเองนะ

 

คู่รักที่กำลังอยู่ในสถานะห่างต้องมีสัญญาณบ่งบอกเหมือนใน 12 นี้บ้างไม่มากก็น้อย เรามั่นใจได้ เพราะแต่ละอาการเป็นความรู้สึกที่สื่อให้เห็นชัดเจนว่าเธอไม่รักเขาอีกต่อไปแล้ว โดยแสดงออกมาผ่ านพฤติกรร มต่างๆ เช่น ไม่เห็นอยู่ในสายตา มองเห็นแต่ข้อเสีย วิพากษ์วิจารณ์จนเขาเสียความรู้สึก แค่เห็นหน้าก็หงุดหงิด เป็นต้น

ถ้าเธอเจอสัญญาณเหล่านี้แล้วมีทางเลือกสองทาง คือกลับมาทบทวนความสัมพันธ์ หรือปล่อยให้หลุดมือไปเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเธอแค่อิ่มตัวกับความรัก หรือเขาไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว ลองคิดง่ายๆ ว่าถ้าเธอต้องอยู่อย่ างนี้ไปตลอดชีวิตเธอ

จะทนทุ กข์ทรมานหรือเปล่า ถ้าใช่ก็รีบทางใครทางมัน หาคนใหม่มาทำให้ชีวิตสดใสดีกว่า เพราะคนไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ แต่ถ้าคิดยังไงก็ยังรัก ก็รีบฟื้นฟูความสัมพันธ์ให้กลับมามีความสุขไวๆ

ขอขอบคุณที่มา stand-smiling