ขอให้คิดใหม่ ถ้าจะทำไม่ดีกับคนใกล้ชิด แล้วจะเป็นมิตรกับคนที่ไม่รู้จัก

9
ขอให้คิดใหม่ ถ้าจะทำไม่ดีกับคนใกล้ชิด แล้วจะเป็นมิตรกับคนที่ไม่รู้จัก

ขอให้คิดใหม่ ถ้าจะทำไม่ดีกับคนใกล้ชิด แล้วจะเป็นมิตรกับคนที่ไม่รู้จัก

สังคมสมัยนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด

และนวัตกรร มต่างๆ ที่พัฒนาไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทุกๆ คนต่างต้องเผชิญหน้า

รับมือกับความกดดัน แรงกดดัน อยู่ตลอดเวลา และเก็บมันไว้อยู่แบบนั้น

คนส่วนใหญ่เลือกที่จะระบายมันออกมาใส่คนที่ใกล้ชิด สนิทสนม

และนั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง

ในการให้สัมภาษณ์ระหว่าง Yang และ Zhou

Yang : เอาอารมณ์แย่ๆ ไม่ดี ไปลงกับคนที่รักที่สุด

แต่กลับเก็บซ่อนอารมณ์และอดทนไว้ให้คนแปลกหน้า

เมื่อได้ฟังประโยคนี้แล้วคุณรู้สึกอย่างไร

Zhou : ในสถานการณ์แบบนี้ ฉันก็มี

การจู้จี้จุกจิกกับคนใกล้ตัวเป็นสัญชาตญาณ

แต่การเอาชนะสัญชาตญาณ

ไม่จู้จี้กับคนใกล้ตัวเป็นการฝึกฝน

จะเห็นได้ว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันคนส่วนใหญ่

ก็มักจะมีลักษณะแบบนี้ คือการระบายอารมณ์ใส่กับคนใกล้ชิด

เวลาที่รู้สึกไม่พอใจมาจากคนภายนอก

แต่กลับกลายเป็นว่าคนภายในครอบครัวหรืออยู่ใกล้ชิดเรา

ต้องได้รับความรู้สึกที่ไม่ดีจากเราไปแทน

ทั้งๆ ที่เขาเหล่านั้นไม่ใช่ต้นเหตุโดยตรง

ที่ทำให้คุณรู้สึกไม่พอใจด้วยซ้ำ

คนเรานั้นจะมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลมากมาย

และมีทัศนคติท่าทีที่แตกต่างกันออกไป

เช่น เวลาอยู่ที่ทำงาน ก็จะมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน

และโดยส่วนใหญ่เราก็มักจะทำตัวสุภาพ

อ่อนน้อมกับพวกเขาเหล่านั้น หรือแม้แต่กับคนรัก

ที่เพิ่งคบหาดูใจกันได้สักระยะหนึ่ง

เราจะแสดงความอ่อนโยน สุภาพ

และให้เกียรติฝ่ายตรงข้ามให้มากที่สุด

และจะไม่แสดงตัวตนของเรา

ในด้านไม่ดีให้เขาเห็นทั้งหมด

ขงจื้อจึงกล่าวว่า เวลาพ่อแม่ทำงาน ก็แย่ งมาทำ

เวลามีอะไรอร่อยๆ ก็ให้พ่อแม่กินก่อน

อย่างนี้เรียกว่ากตัญญูมั้ย?

จริงๆ แล้วไม่ใช่ ทำไม?

เพราะว่า คุณคิดว่ามันย าก

มันเป็นเรื่องของทัศนคติ ซึ่งทัศนคติสำคัญมาก

ตัวอย่างเช่น คนส่วนใหญ่ที่ออกไปทำงานนอกบ้าน

อาจจะไปทำงานไกลบ้าน หากในวันนั้นที่คุณทำงานไม่ได้ดั่งใจ

กลายเป็นถูกตำห นิจากหัวหน้า หรือการทำงานที่ไม่เข้าใจกัน

จากเพื่อนร่วมงาน ทำให้มีอารมณ์ครุ่นเคือ ง

แต่ก็ไม่ได้ปล่อยมันออกมา ได้แต่เก็บไว้อยู่คนเดียว

ไม่กล้าแสดงออกถึงความรู้สึกจริงๆ ให้เขาได้รับรู้

ในขณะที่พ่อแม่ที่อยู่ทางบ้านโทรมาหา

เพื่อที่จะถามไถ่ถึงส ารทุก ข์สุขดิบของลูกในที่ทำงาน

คุณกลับใช้อารมณ์ที่สะสมมาทั้งวันไปลงกับท่าน

และวางโทรศัพท์ด้วยความรำคา ญ

โดยไม่คิดถึงความรู้สึกของท่านเลยว่าจะรู้สึกอย่างไร

นั่นแหละคือการ เอาอารมณ์แย่ๆ ไม่ดี ไปลงกับคนที่รักที่สุด

แต่กลับเก็บซ่อนอารมณ์และอดทนไว้ให้คนแปลกหน้า

ซึ่งมันไม่ใช่ผลดีที่จะเกิดขึ้นเลย คนเรามักจะให้ความสำคัญกับบุคคลอื่น

ใช้ความรู้สึกทั้งหมดไปยึดกับคนอื่น ว่าเขาจะคิดยังไงกับเรา

รู้สึกยังไงกับเรา แคร์คนอื่นมากกว่าความรู้สึกของคนในครอบครัว

ละเลยการเอาใจใส่และให้ความสำคัญกับคนใกล้ตัวเรา

น้อยกว่าคนด้านนอกตัวเราเสี ยอีก

ดังนั้นเราควรจะตระหนักได้แล้วว่า

คนที่เราควรจะแคร์มากที่สุดคือใคร?

คนในครอบครัว คนใกล้ชิด ที่คอยช่วยเหลือให้กำลังใจ

สนับสนุนเราตลอดมา หรือคนที่เพิ่งรู้จัก

และไม่เคยที่จะสนใจความรู้สึกเรา

มีแต่ทำให้เรารู้สึกไม่ดีมากกว่า

ขอขอบคุณ : LIEKR,108resources.com