เรียนสูงแค่ไหนไม่สำคัญ หมดยุคปริญญาแปะฝาบ้าน

393
เรียนสูงแค่ไหนไม่สำคัญ หมดยุคปริญญาแปะฝาบ้าน

เรียนสูงแค่ไหนไม่สำคัญ หมดยุคปริญญาแปะฝาบ้าน

ประเด็นแรก ของเรื่องนี้คือ เรื่องการเรียน

ถ้าจะว่าไป การศึกษาเล่าเรียนมันเป็นเรื่องของตนคนนั้นเพียงคนเดียว เรียนดี เรียนแย่ ก็อยู่คนคนนั้นทำเองทั้งสิ้น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ญาติพี่น้อง ช่วยอะไรไม่ได้ สถาบันที่เรียนที่จบมาก็ไม่เกี่ยว อยู่ที่ฝีมือตัวเองล้วน ๆ

ถ้าผลการเรียนออกมาดี ก็มีแนวโน้มว่า น่าจะทำงานเก่งนะ เพราะกว่าจะจบมันต้องฝึกต้องฝนกันมากมายหลายกระบวนท่า แต่อย่างไรก็ตาม การฝึกฝนในช่วงระหว่างที่กำลังเรียนอยู่นั้น มันฝึกฝนอยู่ในกรอบของสมมติฐานที่ว่า ฝึกเพื่อเรียนรู้ ถ้าถูกก็แล้วไป แต่ถ้าผิดก็กลับไปแก้ไขใหม่จนกว่าจะดีขึ้น ซึ่งเป็นหลักง่ายๆ ของชีวิตนักศึกษา เชื่อว่าเคยผ่านกันมาทุกคน

สังเกตดีๆ จะเห็นว่าในช่วงที่เรากำลังศึกษาอยู่นั้นหากเรา คิดผิด ทำผิด มันจะถูกล ง โ ท ษเพียงอย่างเดียวคือ เกรดหรือผลการเรียนจะออกมาไม่ดี หรือไม่ก็ติดเอฟ ต้องไปลงทะเบียนเรียนใหม่กับเ ด็ ก รุ่ น น้ อ ง บางคนก็ไม่ถือเพราะห น้ า ด้ า น บางคนเครียดมากเพราะอาย กับการที่จะต้องไปเรียนกับรุ่นน้อง

ชีวิตวัยเรียนมีเรื่องให้เครีย ด ป ว ด ส ม อ งไม่กี่เรื่อง นอกนั้นเป็นเรื่องสนุกสนานเฮฮา ป า ร์ ตี้ เสียเป็นส่วนใหญ่ บางคนถึงกับไม่อย ากจบออกมา เพราะยังอย ากสนุกกับชีวิตในช่วงวัยนี้ต่อไปอีก แต่เมื่อถึงเวลาจบก็ต้องจบ อยู่ที่ว่าตอนจบของช่วงวัย จะจบออกมาดี หรือ จบออกมาแบบไม่ได้เรื่อง ซึ่งจะถูกนำไปพิสูจน์ต่อไป ในช่วงชีวิตวัยทำงาน

ประเด็นที่สอง คือ เรื่องการทำงาน

การทำงานคือการพิสูจน์คุณภาพของคนว่าคนคนนั้นมีคุณภาพแค่ไหน คุณภาพมากแค่ไหนวัดกันอย่างไร ง่ายๆ เลย ก็แค่วัดว่า ผลของงานที่ทำสัมฤทธิ์ออกมา มันเกิดคุณค่าหรือประโยชน์ แก่คนอื่นมากแค่ไหน นั่นแหละคือคุณภาพ จะเห็นว่าตอนเรียนเราไม่วัดผลการเรียนแบบนี้เลย

การเรียนเป็นอะไรที่ง่ายสอบไม่ผ่านก็ลงเรียนใหม่ แต่ถ้าทำงานแล้วทำไม่ผ่าน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เสียเวลา เสียเงิน เสียใจ ถูกเจ้านาย ด่ า เพื่อนร่วมงานขาดความเชื่อถือ ทั้งหมดนี้คือโลกของความจริงโลกที่แสนเจ็บปวดเมื่อทำผิดพลาดขึ้นมา

ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นโลกที่หอมหวาน เมื่อเราทำงานสำเร็จขึ้นมา เกิดคุณค่าต่อผู้อื่นในวงกว้าง สังเกตดีๆ ชีวิตในช่วงกำลังเรียน คือช่วงอยู่ในโลกของจินตนาการ แต่ชีวิตในช่วงทำงานมันคือ โลกแห่งความจริง คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตทั้งหลายเขาเชื่อว่า ถึงแม้เรียนจบจากช่วงชีวิตวัยเรียนแล้ว เขาหาได้คิดว่าเขาต้องหยุดเรียนรู้อยู่แค่นั้นไม่ แต่กลับกลายเป็นว่าพอจบการเรียนในช่วงวัยเรียน จะต้องศึกษาแบบจริงๆ จังๆ ต่อในระดับที่สูงขึ้นไปอีก

คือระดับมหาวิทย าลัยชีวิต ซึ่งจะต้องเรียนรู้ทุกลมหายใจ เพราะมันจะมีผล ได้-เสีย ในทุกครั้งที่ลงมือทำอะไรก็ตาม และจะต้องศึกษาไปจนวันต ายในมหาวิทย าลัยชีวิตแห่งนี้ ส่วนคนที่ชีวิตล้มเหลวก็มีสาเหตุเพียงสาเหตุเดียว ก็คือ ไม่เรียนรู้ที่จะแก้ไขในสิ่งที่ผิดให้ถูกต้อง มันก็ผิดซ้ำๆ ซากๆ จนหาคุณภาพไม่ได้ และสิ้นความน่าเชื่อถือในที่สุด และสุดท้ายก็คือล้มเหลว

ขอบคุณแหล่งที่มา ธรรมดีได้ดี, 108resources