ทำดีไว้เถิดกับคนใกล้ตัว เพราะมีแต่เขาก็ยังอยู่เคียงข้าง

150
ทำดีไว้เถิดกับคนใกล้ตัว เพราะมีแต่เขาก็ยังอยู่เคียงข้าง

ทำดีไว้เถิดกับคนใกล้ตัว เพราะมีแต่เขาก็ยังอยู่เคียงข้าง

ทำไม่ดีกับคนใกล้ชิด แต่เป็นมิตรกับคนแปลกหน้า

สังคมสมัยนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด

และเทคโนโลยีต่างๆที่พัฒนาไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด

ทุกๆคนต่างต้องเผชิญหน้า รับมือกับความกดดัน แรงกดดัน อยู่ตลอดเวลา และเก็บมันไว้อยู่แบบนั้น

คนส่วนใหญ่เลือกที่จะระบายมันออกมาใส่คนที่ใกล้ชิด สนิทสนม และนั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ

ในการให้สัมภาษณ์ระหว่าง Yang และ Zhou

Yang : เอาอารมณ์แย่ๆไม่ดี ไปลงกับคนที่รักที่สุด แต่กลับเก็บซ่อนอารมณ์

และอดทนไว้ให้คนแปลกหน้าเมื่อได้ฟังประโยคนี้แล้วคุณรู้สึกแบบไหน

Zhou : ในสถานการณ์แบบนี้ ฉันก็มี การจู้จี้จุกจิกกับคนใกล้ตัวเป็นสัญชาตญาณ

แต่การเอาชนะสัญชาตญาณ ไม่จู้จี้กับคนใกล้ตัวเป็นการฝึกฝน

จะเห็นได้ว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ ก็มักจะมีลักษณะแบบนี้

คือการระบายอารมณ์ใส่กับคนใกล้ชิด เวลาที่รู้สึกไม่พอใจมาจากคนภายนอก

แต่กลับกลายเป็นว่าคนภายในครอบครัวหรืออยู่ใกล้ชิดเราต้องได้รับความรู้สึกที่ไม่ดีจากเราไปแทน

ทั้งๆที่เขาเหล่านั้นไม่ใช่ต้นเหตุโดยตรงที่ทำให้คุณรู้สึกไม่พอใจด้วยซ้ำ

คนเรานั้นจะมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลมากมายและมีทัศนคติท่าทีที่แตกต่างกันออกไป เช่น

เวลาอยู่ที่ทำงาน ก็จะมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน และโดยส่วนใหญ่เราก็มักจะทำตัว

สุภาพอ่อนน้อมกับพวกเขาเหล่านั้น หรือแม้แต่กับคนรักที่เพิ่งคบหาดูใจกันได้สักระยะหนึ่ง

เราจะแสดงความอ่อนโยน สุภาพและให้เกียรติฝ่ายตรงข้ามให้มากที่สุด

และจะไม่แสดงตัวตนของเราในด้านไม่ดีให้เขาเห็นทั้งหมด

ขงจื้อจึงกล่าวว่า เวลาพ่อแม่ทำงาน ก็แย่ งมาทำ เวลามีอะไรอร่อยๆ

ก็ให้พ่อแม่กินก่อน แบบนี้เรียกว่ากตัญญูมั้ย?

จริงๆ แล้วไม่ใช่ ทำไม? เพราะว่า คุณคิดว่ามันลำบาก มันเป็นเรื่องของทัศนคติ ซึ่งทัศนคติสำคัญมาก

เช่น คนส่วนใหญ่ที่ออกไปทำงานนอกบ้าน อาจจะไปทำงานไกลบ้าน

หากในวันนั้นที่คุณทำงานไม่ได้ดั่งใจ กลายเป็นถูกตำห นิจากหัวหน้า

หรือการทำงานที่ไม่เข้าใจกันจากเพื่อนร่วมงาน ทำให้มีอารมณ์ครุ่นเคือง

แต่ก็ไม่ได้ปล่อยมันออกมา ได้แต่เก็บไว้อยู่คนเดียว ไม่กล้าแสดงออกถึงความรู้สึกจริงๆให้เขาได้รับรู้

ในขณะที่พ่อแม่ที่อยู่ทางบ้านโทรมาหา เพื่อที่จะถามไถ่ถึงทุก ข์สุขดิบของลูกในที่ทำงาน

คุณกลับใช้อารมณ์ที่สะสมมาทั้งวันไปลงกับท่าน และวางโทรศัพท์ด้วยความรำคา ญ

โดยไม่คิดถึงความรู้สึกของท่านเลยว่าจะรู้สึกแบบไหน

นั่นแหละคือการ “เอาอารมณ์แย่ๆไม่ดี ไปลงกับคนที่รักที่สุด

แต่กลับเก็บซ่อนอารมณ์และอดทนไว้ให้คนแปลกหน้า”

ซึ่งมันไม่ใช่ผลดีที่จะเกิดขึ้นเลย คนเรามักจะให้ความสำคัญกับบุคคลอื่น

ใช้ความรู้สึกทั้งหมดไปยึดกับคนอื่น ว่าเขาจะคิดยังไงกับเรา รู้สึกยังไงกับเรา

แคร์คนอื่นมากกว่าความรู้สึกของคนในครอบครัว

ละเลยการเอาใจใส่และให้ความสำคัญกับคนใกล้ตัวเราน้อยกว่าคนด้านนอกตัวเราเสี ยอีก

ดังนั้นเราควรจะตระหนักได้แล้วว่า คนที่เราควรจะแคร์มากที่สุดคือใคร?

คนในครอบครัว คนใกล้ชิด ที่คอยช่วยเหลือให้กำลังใจ สนับสนุนเราตลอดมา

หรือคนที่เพิ่งรู้จักและไม่เคยที่จะสนใจความรู้สึกเรา มีแต่ทำให้เรารู้สึกไม่ดีมากกว่า

ขอบคุณข้อมูลจาก : LIEKR,bitcoretech.com